วันมาฆบูชา

วันมาฆบูชา วันมาฆบูชาหมายถึง การบูชา ในวันเพ็ญเดือน ๓   เนื่องในโอกาสคล้าย วันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงโอวาทปาติโมกข์ เป็น วันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่ พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจำนวน ๑,๒๕๐ รูปมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ณ วัดเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ โดยมิได้นัดหมายกันพระสงฆ์ ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ ผู้ได้อภิญญา ๖ และเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจากพระพุทธเจ้า ในวันนี้พระพุทธเจ้าได้ทรงแสดง โอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งเป็นทั้งหลักการอุดมการณ์ ์และวิธีการปฏิบัติที่ นำไปใช้ได้ทุกสังคม มีเนื้อหา โดยสรุปคือให้ละความชั่วทุกชนิด ทำความดี ให้ถึงพร้อมและทำจิตใจให้ผ่องใส
ประวัติความเป็นมา
๑. ส่วนที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้า หลังจากพระพุทธเจ้าตรัสรู้ได้ ๙ เดือนขณะนั้นเมื่อเสร็จพุทธกิจแสดงธรรมที่ถ้ำสุกรขาตาแล้ว เสด็จมาประทับที่วัดเวฬุวัน  เมืองราชคฤห์  แคว้นมคธ ประเทศอินเดียในปัจจุบัน วันนั้นตรงกับวันเพ็ญ เดือนมาฆะหรือเดือน ๓ในเวลาบ่ายพระอรหันต์สาวกของพระพุทธเจ้า มาประชุม พร้อมกัน ณ ที่ประทับของพระพุทธเจ้า นับเป็นเหตุอัศจรรย์ ที่มีองค์ประกอบสำคัญ ๔ ประการ คือ
๑.๑ วันนั้นเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓
๑.๒ พระสงฆ์จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันโดยมิได้ นัดหมาย
๑.๓ สงฆ์ทั้งหมดเป็นพระอรหันต์ผู้ได้อภิญญา ๖
๑.๔ พระ สงฆ์ทั้งหมดเป็นผู้ได้รับการอุปสมบท โดยตรงจาก พระพุทธเจ้าเพราะเหตุที่มีองค์ประกอบสำคัญดังกล่าว จึงมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า วันจาตุรงคสันนิบาต   และในโอกาสนี้พระพุทธเจ้า ได้แสดงโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เหล่านั้น ซึ่งถือได้ว่าเป็นการประกาศหลักการอุดมการณ์และวิธีการปฏิบัติทางพระพุทธ ศาสนา
๒. การถือปฏิบัติวันมาฆบูชาในประเทศไทย พิธีวันมาฆบูชานี้ เดิมทีเดียวในประเทศไทยไม่เคยทำมาก่อน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงอธิบายไว้ว่าเกิดขึ้นในสมัยพระบาท สมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔  แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยทรงถือตามแบบของโบราณบัณฑิตที่ได้นิยมกันว่า วันมาฆะบูรณมี พระจันทร์เสวยฤกษ์มาฆะเต็มบริบูรณ์เป็นวันที่พระอรหันต์สาวกของ พระพุทธเจ้า ๑,๒๕๐ รูป ได้ประชุมกันพร้อมด้วยองค์ ๔ ประการ เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต พระพุทธเจ้าได้ตรัสเทศนาโอวาทปาติโมกข์ ในที่ประชุมสงฆ์เป็นการประชุมใหญ่ และเป็นการอัศจรรย์ในพระพุทธศาสนา นักปราชญ์จึงถือเอาเหตุนั้นประกอบการสักการบูชาพระพุทธเจ้าและพระอรหันต์ สาวก ๑,๒๕๐ รูปนั้น ให้เป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใส
 ที่มา: กรมการศาสนา อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม คลิกดาวน์โหลด
 วันมาฆบูชา (ขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๓) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด

สวัสดีปีใหม่ 2557

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๗

พรดีดีที่ไหนใครว่าเลิศ
พรประเสริฐใดใดในทั่วหล้า
พรสวรรค์พรแสวงให้แบ่งมา
จงนำพาสู่ผู้อ่านบานตะไท
มาบันดาลให้ไทยนั้นสุขสันต์
มาบันดาลให้ทุกวันนั้นแจ่มใส
มาบันดาลให้มีสุขทุกคนไป
มาบันดาลให้ไทยนั้นรุ่งเรือง

5 ธันวา มหาราช

 ขอพระองค์ทรงพระเจริญ


เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 86 พรรษา 5 ธันวาคม 2556

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า นายสมชาย อุทัยประดิษฐ์ ผู้จัดทำเว็บไซต์คนอีสาน
พระบรมราโชวาทและพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานแก่ประชาชนชาวไทย คลิกรายละเอียด

การทำบุญข้าวสาก บ้านสำราญ หมู่ที่ 4

 วันที่ 4 ตุลาคม พ.ศ.2556 บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ตำบลโนนธาตุ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ได้ทำบุญข้าวสาก ซึ่งเป็นประเพณีที่ทำสืบต่อกันมายาวนาน พิธีทำ เมื่อถึงวันขึ้น 14 ค่ำ เดือน 10 ญาติโยมพากันจัดอาหารคาวหวาน และพวกพลูบุหรี่ ไว้เหมือนในวันที่ทำข้าวประดับดิน (บุญข้าวประดับดิน พิธีทำ เมื่อถึงวันแรม 13 ค่ำ เดือน 9 ญาติโยมเตรียมจัดอาหารคราวหวาน และหมาพลูบุหรี่ไว้ กะให้ได้ 4 ส่วน ส่วนหนึ่งเลี้ยงดูกันภายในครอบครัว ส่วนที่สองแจกให้ญาติพี่น้อง ส่วนที่สามอุทิศให้ญาติที่ตายไป ส่วนที่สี่นำไปถวายพระสงฆ์ สำหรับส่วนที่จะอุทิศให้แก่ญาติที่ตายไปแล­้ว เขาจะห่อเป็นห่อๆให้ได้พอสมควร เอาใบกล้วยมาห่อของหวาน 1 ห่อ ของคาว 1 ห่อ หมาพลูบุหรี่ 1 ห่อ แล้วเย็บติดกันเป็นห่อใหญ่ ในระหว่างตีห้าของวันรุ่งขึ้น เขาจะเอาห่อเหล่านี้ไปวางไว้ตามต้นไม้ในบร­ิเวณวัด ด้วยถือว่าญาติที่ตายไปจะมาขอรับของอยู่ที­่นั้น เสร็จแล้วก็กรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลไปให้) พอรุ่งขึ้นเป็นวันขึ้น 15 ค่ำ เขาจะนำอาหารไปใส่บาตร พอถึง 4 โมงเช้า พระสงฆ์จะตีกองโฮมญาติโยมจะนำพาข้าวของตนอ­อกมารวมกัน ณ ศาลาโรงธรรม เขียนชื่อเจ้าภาพลงในกระดาษ ม้วนใส่ลงในบาตร เมื่อพร้อมกันแล้ว หัวหน้านำว่าคำถวายสลากภัตจบแล้วยกบาตรสลา­กไปให้พระท่านจับ ใครถูกองค์ใดก็นำไปถวายองค์นั้น ก่อนแต่จะถวายนำพาข้าวหนึ่งพามาตั้งไว้ตรง­หน้าพระเถระ แล้วกล่าวคำอุปโลกน์การกล่าวคำอุปโลกน์นี้­เป็นเรื่องของพระสงฆ์ อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกดาวน์โหลด

 การทำบุญข้าวสาก บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ประจำปี 2556 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 1

 การทำบุญข้าวสาก บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ประจำปี 2556 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 2 

 การทำบุญข้าวสาก บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ประจำปี 2556 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 3 

 การทำบุญข้าวสาก บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ประจำปี 2556 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 4 

 การทำบุญข้าวสาก บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ประจำปี 2556 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 5 

 การทำบุญข้าวสาก บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ประจำปี 2556 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 6 

 การทำบุญข้าวสาก บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ประจำปี 2556 ชมคลิปทั้งหมดคลิกดาวน์โหลด

วันแม่แห่งชาติ ปี 2556

 วันแม่แห่งชาติ ที่คนไทยทั่วไปนิยมเรียกกันสั้นๆ ว่า วันแม่ ทุกคนรับทราบและซาบซึ้งกันดี เนื่องจากวันสำคัญนี้ตรงกับ วันเฉลิมพระชนมพรรษาของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือวันที่ ๑๒ สิงหาคม อันเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพและถือว่าเป็นวันแม่แห่งชาติด้วย
ความหมายของดอกมะลิ
ดอกมะลิเป็นดอกไม้ที่มีสีขาวบริสุทธิ์และเป็นดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมเย็นระรื่นใจ จึงยกย่องให้ดอกมะลิเป็นสัญลักษณ์ เป็นดอกไม้วันแม่แห่งชาติ ซึ่งทางราชการให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ.2519 เป็นต้นมา อ่านเพิ่มเติม

ประวัติวันแม่แห่งชาติ
แต่เดิมนั้น วันแม่แห่งชาติได้ กำหนดเอาวันที่ ๑๕ เมษายน ของทุกๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรองเมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๙๓ ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงานวันแม่ มาตั้งแต่วันที่ ๑๕ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๙๓ เป็นครั้งแรก เป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุนจนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างออกไปได้ การจัดงานไม่เพียงแต่จัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนาเท่านั้น แต่ยังจัดให้มีการประกวดแม่ของชาติ ประกวดคำขวัญวันแม่ ทั้งนี้เพื่อเป็นเกียรติแก่แม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของงานวันแม่ให้ยิ่งๆ ขึ้น ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาล ฯพณฯ จอมพล ป.พิบูลสงคราม (สมัยนั้น) แต่ทั่วไปเรียกกันว่า วันแม่ของชาติ
ต่อมาถึง พุทธศักราช ๒๕๑๙ ทางราชกาารได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือว่าวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ ๑๒ สิงหาคม เป็น วันแม่แห่งชาติ เริ่มในปีพุทธศักราช ๒๕๑๙ เป็นต้นมา จากหนังสือของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ชื่อแม่หลวงของปวงชน พิมพ์เผยแพร่เมื่อวันที่ ๖ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๒๐ มีข้อความตอนหนึ่งเทิดพระเกียรติไว้ว่า
“แม่ที่ดีย่อมรู้จักส่งเสริมธำรงรักษาศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เพราะแม่ทราบดีว่าถ้าขาดสิ่งเหล่านี้แล้วความเป็นไทยที่แท้จริงจะมิปรากฏ อยู่บนผืนแผ่นดินไทยอันเป็นที่รักยิ่งของเรา
แม่ที่ดีย่อมประพฤติปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดี ตามระบอบของการปกครองแบบประชาธิปไตย ซึ่งมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข โดยรักเคารพและเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด
ที่มา : http://guru.sanook.com/pedia

 วันจันทร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2556 องค์การบริหารส่วนตำบลโนนธาตุ นำโดย นายสันต์ กัมปนาวราวรรณ นายก อบต.โนนธาตุ, นายสมชาย อุทัยประดิษฐ์ ปลัด อบต.โนนธาตุ, คณะผู้บริหาร, ข้าราชการ, สมาชิก อบต.,สมาชิก อปพร.ศูนย์ อปพร.อบต.โนนธาตุ เข้าร่วมงาน 12 สิงหา มหาราชินี ซึ่ง อำเภอหนองสองห้อง ได้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 81 พรรษา ณ หอประชุมอำเภอหนองสองห้อง

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 1

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 2

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 3

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 4

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 5

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 6

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 7

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 8

12 สิงหา มหาราชินี (12 สิงหาคม 2556) ชมคลิปทั้งหมดคลิก

วันวิสาขบูชา ปี 2556(ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6)

วันวิสาขบูชา ถือเป็นวันสำคัญยิ่งทางพระพุทธศาสนา เพราะเป็นวันที่เกิด 3 เหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เวียนมาบรรจบกันในวันเพ็ญเดือน 6 แม้จะมีช่วงระยะเวลาห่างกันนับเวลาหลายสิบปี ซึ่งเหตุการณ์อัศจรรย์ 3 ประการ ได้แก่

1. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ
          เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางแปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ เพื่อประสูติในตระกูลของพระนางตามประเพณีนิยมในสมัยนั้น ขณะเสด็จแวะพักผ่อนพระอิริยาบถใต้ต้นสาละ ณ สวนลุมพินีวัน พระนางก็ได้ประสูติพระโอรส ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งตรงกับวันเพ็ญเดือน 6 ก่อนพุทธศักราช 80 ปี ครั้นพระกุมารประสูติได้ 5 วัน ก็ได้รับการถวายพระนามว่า “สิทธัตถะ” แปลว่า “สมปรารถนา”
          เมื่อข่าวการประสูติแพร่ไปถึงอสิตดาบส 4 ผู้อาศัยอยู่ในอาศรมเชิงเขาหิมาลัย และมีความคุ้นเคยกับพระเจ้าสุทโธทนะ ดาบสจึงเดินทางไปเข้าเฝ้า และเมื่อเห็นพระราชกุมารก็ทำนายได้ทันทีว่า นี่คือผู้จะตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จึงกล่าวพยากรณ์ว่า “พระราชกุมารนี้จักบรรลุพระสัพพัญญุตญาณ เห็นแจ้งพระนิพพานอันบริสุทธ์อย่างยิ่ง ทรงหวังประโยชน์แก่ชนเป็นอันมาก จะประกาศธรรมจักรพรหมจรรย์ของพระกุมารนี้จักแพร่หลาย” แล้วกราบลงแทบพระบาทของพระกุมาร พระเจ้าสุทโธทนะทอดพระเนตรเห็นเหตุการณ์นั้นทรงรู้สึกอัศจรรย์และเปี่ยมล้นด้วยปีติ ถึงกับทรุดพระองค์ลงอภิวาทพระราชกุมารตามอย่างดาบส

2. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้อนุตตรสัมโพธิญาณ
          หลังจากออกผนวชได้ 6 ปี จนเมื่อพระชนมายุ 35 พรรษา เจ้าชายสิทธัตถะก็ทรงตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ณ ใต้ร่มไม้ศรีมหาโพธิ์ ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา ตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ในตอนเช้ามืดของวันพุธ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 ปีระกา ก่อนพุทธศักราช 45 ปี ปัจจุบันสถานที่ตรัสรู้แห่งนี้เรียกว่า พุทธคยา เป็นตำบลหนึ่งของเมืองคยา แห่งรัฐพิหารของอินเดีย
          สิ่งที่ตรัสรู้ คือ อริยสัจสี่ เป็นความจริงอันประเสริฐ 4 ประการของพระพุทธเจ้า ซึ่งพระพุทธเจ้าเสด็จไปที่ต้นมหาโพธิ์ และทรงเจริญสมาธิภาวนาจนจิตเป็นสมาธิได้ฌานที่ 4 แล้วบำเพ็ญภาวนาต่อไปจนได้ฌาน 3 คือ       

          ยามต้น : ทรงบรรลุ “ปุพเพนิวาสานุติญาณ “ คือ ทรงระลึกชาติในอดีตทั้งของตนเองและผู้อื่นได้
          ยามสอง : ทรงบรรลุ “จุตูปปาตญาณ” คือ การรู้แจ้งการเกิดและดับของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ด้วยการมีตาทิพย์สามารถเห็นการจุติและอุบัติของวิญญาณทั้งหลาย
          ยามสาม หรือยามสุดท้าย : ทรงบรรลุ “อาสวักขญาณ” คือ รู้วิธีกำจัดกิเลสด้วย อริยสัจ 4 (ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค) ได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในคืนวันเพ็ญเดือน 6 ซึ่งขณะนั้นพระพุทธองค์มีพระชนมายุได้ 35 พรรษา
3. วันวิสาขบูชา เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพาน (ดับสังขารไม่กลับมาเกิดสร้างชาติ สร้างภพอีกต่อไป)
          เมื่อพระพุทธองค์ได้ตรัสรู้และแสดงธรรมเป็นเวลานานถึง 45 ปี จนมีพระชนมายุได้ 80 พรรษา ได้ประทับจำพรรษา ณ เวฬุคาม ใกล้เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี ในระหว่างนั้นทรงประชวรอย่างหนัก ครั้นเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 6 พระพุทธองค์กับพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ก็ไปรับภัตตาหารบิณฑบาตที่บ้านนายจุนทะ ตามคำกราบทูลนิมนต์ พระองค์เสวยสุกรมัททวะที่นายจุนทะตั้งใจทำถวายก็เกิดอาพาธลง แต่ทรงอดกลั้นมุ่งเสด็จไปยังเมืองกุสินารา ประทับ ณ ป่าสาละ เพื่อเสด็จดับขันธ์ปรินิพพาน
          เมื่อถึงยามสุดท้ายของคืนนั้น พระพุทธองค์ก็ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า “ดูก่อนภิกษุทั้งหลายอันว่าสังขารทั้งหลายย่อมมีความเสื่อมสลายไปเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังกิจทั้งปวงอันเป็นประโยชน์ของตนและประโยชน์ของผู้อื่นให้ บริบูรณ์ด้วยความไม่ประมาทเถิด” หลังจากนั้นก็เสด็จเข้าดับขันธ์ปรินิพพาน ในราตรีเพ็ญเดือน 6 นั้น ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/23220

5 พฤษภาคม วันฉัตรมงคล

วันฉัตรมงคล เป็นวันที่รำลึกถึงพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี และราชอาณาจักรไทย ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช หลังจากที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จขึ้นเถลิงถวัลยราชสมบัติ ต่อจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2489 และดำรงพระอิสริยยศเป็น “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช”เนื่องจากยังมิได้ทรงผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ก็เสด็จพระราชดำเนินไปทรงศึกษาอยู่ ณ ทวีปยุโรป จนกระทั่งทรงบรรลุนิติภาวะ จึงได้เสด็จนิวัติประเทศไทย
         ดังนั้นรัฐบาลไทยและ พสกนิกร จึงได้น้อมเกล้าน้อมกระหม่อม จัดงานพระราชพิธีฉลองพระเศวตฉัตร หรือรัฐพิธีฉัตรมงคล หรืออาจเรียกว่าพระราชพิธีฉัตรมงคล ซึ่งกระทำในวันบรมราชาภิเษก ถวายเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ทั้งนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระปฐมบรมราชโองการในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
         ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พสกนิกรชาวไทยจึงได้ถือเอาวันที่ 5 พฤษภาคม ของทุกปีเป็นวันฉัตรมงคล เพื่อน้อมรำลึกถึงวันสำคัญนี้
กิจกรรมที่ควรปฏิบัติในวันฉัตรมงคล

           1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือนและสถานที่ราชการ

          2. ร่วมทำบุญตักบาตร ประกอบพิธีทางศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

           3. น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรชัยพร้อมเพรียงกัน กล่าวคำถวายอาศิรวาทราชสดุดี ถวายชัยมงคลให้ทรงพระเกษมสำราญ ทรงเจริญพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมหามิ่งขวัญแก่พสกนิกรชาวไทยไปชั่วกาลยิ่งยืนนาน 
         เมื่อวันฉัตรมงคลเวียนมาบรรจบครบรอบอีกหนึ่งครา ในวันที่ 5 พฤษภาคม พสกนิกรชาวไทยทั้งหลาย จึงควรระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้ทรงประกอบพระราชกรณียกิจอันมีคุณอนันต์แก่ปวงชนชาวไทยอย่างหาที่สุด มิได้  ที่มา : http://hilight.kapook.com/view/36357

สารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 

วันฉัตรมงคล 5 พฤษภาคม 2493 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 

การแห่บุญพระเวส(ผะเหวด) ปี 2556

วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ.2556 ชาวบ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ตำบลโนนธาตุ อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น ได้มีการแห่บุญพระเวส หรือบุญผะเหวด บุญที่มีการเทศน์พระเวสหรือมหาชาติ  เรียกบุญพระเวส หนังสือมหาชาติหรือเวสสันดรชาดก เป็นหนังสือชาดกที่แสดงจริยาวัตรของพระพุทธเจ้า คราวพระองค์เสวยพระชาติเป็นเวสสันดรเป็นหนังสือเรื่องยาวมี 14 ผูก      บุญพระเวสสันดรกำหนดทำในเดือนสี่ เพราะมีกำหนดการกระทำ จึงเรียกชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า   บุญเดือนสี่

มูลเหตุแห่งการทำ มีเรื่องเล่าไว้ในหนังสือเทศน์มาลัยหมื่นมาลัยแสนว่า   ครั้งหนึ่งพระมาลัยเถระได้ขึ้นไปไหว้พระธาตุเกตุแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ได้ไปพบและสนทนากับพระศรีอริยเมตไตรโพธิสัตว์  ผู้ซึ่งจะมาเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต  เมื่อพระศรีอริยเมตไตรได้ทราบความประสงค์ของมนุษย์จากพระมาลัยแล้ว จึงสั่งความมากับพระมาลัยว่า  ถ้ามนุษย์ต้องการพบและร่วมเกิดกับท่านจงอย่าฆ่าตีบีฑ์โบยพ่อแม่  สมณพราหมณาจารย์  อย่าทำร้ายพระพุทธเจ้าและยุยงให้พระสงฆ์แตกกัน  ให้ตั้งใจฟังมหาเวสให้จบในมื้อหนึ่งวันเดียว จะได้เกิดร่วมและพบเห็นพระองค์  อาศัยเหตุนี้  ประชาชนจึงพากันเอาบุญมหาชาติเป็นประจำทุกปี

พิธีแห่พระเวส(ผะเหวด)เข้าเมือง เมื่อได้เวลาบ่าย 4 โมง  เศษทางวัดจะตีกลองโฮมพระสงฆ์ และญาติโยมจะไปรวมกันที่วัดจัดเอาฆ้องกลอง และธรรมาสน์พร้อมด้วยพระพุทธรูปแห่ไป ณ ชายป่าใกล้บ้าน ซึ่งเป็นป่าที่มีดอกไม้ เมื่อไปถึงแล้วต่างคนต่างเก็บเอาดอกไม้มา หัวหน้าพาไหว้พระรับศีลและฟังเทศน์ การเทศน์ในพิธีนี้เทศน์เชิญพระเวสสันดรเข้าเมือง จบแล้วก็แห่แหนตีฆ้องหาบพระพุทธรูปและพระสงฆ์ออกก่อน กระบวนแห่ดูเป็นการสนุกครึกครื้นมากเมื่อมาถึงศาลาโรงธรรมก็แห่รอบ 3 ครั้ง แล้วนำดอกไม้ไปบูชาวางไว้ข้างธรรมาสน์

พิธีแห่ข้าพันก้อน ข้าวเหนียวที่ปั้นเป็นก้อนเล็ก ๆ ทำเสียบไม้ กะให้ได้ 1,000 ก้อน เพื่อเอาบูชาคาถาพันเรียกข้าวพันก้อน เมื่อได้เวลาตีสี่ ก็จัดการแห่ข้าวพันก้อน อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมคลิกดาวน์โหลด 

การแห่บุญพระเวส(ผะเหวด) ปี 2556 บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 1 

การแห่บุญพระเวส(ผะเหวด) ปี 2556 บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 2 

การแห่บุญพระเวส(ผะเหวด) ปี 2556 บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 3 

การแห่บุญพระเวส(ผะเหวด) ปี 2556 บ้านสำราญ หมู่ที่ 4 ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 4 

การนมัสการพระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 “คนอีสาน”พร้อมครอบครัว ได้เดินทางไปชมงานและนมัสการ พระธาตุนาดูน อำเภอนาดูน จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งได้จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2556 ถึงวันที่ 3 มีนาคม พ.ศ.2556 มีพี่น้องประชาชนเข้าร่วมงานในครั้งนี้จำนวนมาก

ความเป็นมาของพระธาตุนาดูน
     อำเภอนาดูน เป็นแหล่งอารยธรรมโบราณแห่งหนึ่งที่มีประวัติอันยาวนาน โดยบริเวณที่ตั้งของอำเภอนาดูนคือ เมืองจัมปาศรีที่เจริญรุ่งเรือนในสมัยทวารวดี  เมื่อประมาณพุทธศตวรรษที่ 13-15 ซึ่งมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์และโบราณคดีที่ค้นพบมากมาย สรุปความดังนี้
     ถิ่นฐานอารยธรรมจัมปาศรีในอดีตกาล สันนิษฐานได้ว่ามีความเจริญรุ่งเรืองมา 2 ยุค คือ
1.   ยุคทวารวดี  ระหว่าง  พ.ศ. 1000-1200
2.   ยุคลพบุรี     ระหว่าง  พ.ศ. 1600-1800
     ในราวพุทธศตวรรษที่ 13-16 ภายในตัวเมืองและนอกเมืองมีเจดีย์สมัยทวารวดีอยู่ 25 องค์ (ขณะนี้ได้ขุดค้นพบแล้ว 10 องค์) เจ้าผู้ครองเมืองนครจำปาศรี นับตั้งแต่ พระเจ้ายศวรราช ได้สร้างสถานที่สักการะบูชาในพิธีทางศาสนาพราหมณ์และพุทธ เช่น เทวาลัย ปรางค์กู่ เป็นต้น  ซึ่งถือว่าได้เจริญรุ่งเรืองทั้งในด้านศาสนา  วัฒนธรรม และการปกครอง จนถึงขีดสุดแล้วได้เสื่อมถอยลงจนถึงยุคอวสานในสมัยพระเจ้าฟ้างุ่มแหล่งหล้าธรณี

ค้นพบและการก่อสร้างพระธาตุนาดูน
     เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 2522 ได้ขุดค้นพบสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ สถูปทำด้วยทองสำริด แยกเป็น 2 ส่วน คือ

1.   ตัวสถูปหรือองค์ระฆัง แบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ ตัวสถูป เป็นส่วนที่บรรจุ พระอังคาร (ขี้เถ้า) เทียนดอกไม้ ตอนคอสถูปเป็นส่วนที่บรรจุผอบพระบรมสารีริกธาตุโดยผอบจะบรรจุพร้อมกัน 3 ชั้น คือ ผอบทองคำ จะซ้อนอยู่ในผอบเงิน ผอบเงินจะซ้อนอยู่ในผอบทองสำริด ทุกผอบมีฝาปิดมิดชิด ภายในผอบทองคำมีพระบรมสารีริกธาตุบรรจุ 1 องค์ มีลักษณะเป็นเกล็ดสีขาวขุ่นขนาดเท่าเมล็ดข้าวสารหักครึ่ง หล่อเลี้ยงไว้ด้วยน้ำมันจันทน์เมื่อเปิดออกมาจะมีกลิ่นหอมมาก

2.   ส่วนยอดทำด้วยทองสำริดกลมตัน ทำเป็นปล้องไฉนลูกแก้วและปลียอด ตอนต้นทำเป็นเกลียวสามารถปิดประกอบกับส่วนตัวองค์สถูปได้พอดี

     พระธาตุนาดูน จำลองแบบสถูปทองสำริดที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งเป็นศิลปะทวารวดี ก่อสร้างเสร็จเมื่อวันที่ 24 มกราคม 2530   โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์มาประกอบพิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ขึ้นประดิษฐานไว้ในองค์พระธาตุนาดูน เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2530 แหล่งข้อมูล: thai.tourismthailand.org

การนมัสการพระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (25 กุมภาพันธ์ 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 1 

การนมัสการพระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (25 กุมภาพันธ์ 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 2

การนมัสการพระธาตุนาดูน จังหวัดมหาสารคาม (25 กุมภาพันธ์ 2556) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 3

วันมาฆบูชา(ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3)

วันมาฆบูชา หมายถึง การบูชาในวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าได้แสดงธรรมโอวาทปาฎิโมกข์ คือ ละชั่ว ทำดี ทำจิตใจให้ผ่องใสในวันนี้มีเหตุการณ์สำคัญ คือ เป็นวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 3  พระสงฆ์จำนวน 1,250 รูป ล้วนเป็นพระอรหันต์มาประชุมกันโดยมิได้นัดหมาย และทั้งหมดได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้า วันมาฆบูชาเป็นวันที่พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงประทานพระโอวาทสำคัญอันถือได้ว่าเป็นหัวใจของคำสอนในพระพุทธศาสนา คือ โอวาทปาฏิโมกข์ ในวันเพ็ญ (ขึ้น 15 ค่ำ) เดือนสาม ดวงจันทร์โคจรมาเสวยมาฆฤกษ์ แต่ถ้าปีใดมี อธิกมาส คือ เดือนแปดสองแปด วันมาฆบูชาก็จะเลื่อนไปเป็นวันเพ็ญกลางเดือนสี่ เหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นที่ พระเวฬุวัน เมืองราชคฤห์ รัฐมคธ ในปีแรกของการตรัสรู้ของพระพุทธองค์ คือ หลังจากตรัสรู้แล้วได้ 9 เดือน ความประจวบกันพอดีของเหตุการณ์ในวันนี้ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่อัศจรรย์ มีสี่ประการคือ

ประการแรก  เป็นการมาชุมนุมกันของพระสงฆ์สาวก จำนวน 1,250 รูป เพื่อเฝ้าพระบรมศาสดา โดยมิได้นัดหมาย

ประการที่สอง  พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่เป็นพระอรหันต์ทั้งสิ้น

ประการที่สาม  พระสงฆ์สาวกดังกล่าวล้วนแต่ได้รับการอุปสมบทจากพระพุทธเจ้าด้วยวิธี เอหิภิกขุอุปสัมปทา

ประการที่สี่   วันนั้นดวงจันทร์เพ็ญเสวยมาฆฤกษ์เต็มบริบูรณ์

ความพร้อมกันขององค์สี่ประการจึงเรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต  

การทำบุญในวันมาฆบูชา (ขึ้น 15 ค่ำเดือน 3) ชมคลิปคลิกดาวน์โหลด 

มีผู้เข้าเยี่ยมชมแล้ว cool stats about website คน